การเลี้ยงไหมนอกจากจะเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังเป็นวัฒนธรรม
ที่เก่าแก่และดีงามของชาติไทยที่ได้เสริมกันมาเป็นเวลายาวนานอีกด้วย ไม่ว่าเศรษฐกิจ
ของประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร การพัฒนาการเลี้ยงไหมก็ต้องดำเนินต่อไป
พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๒
ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙. พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อร่วมเหิดพระเกียรติ และน้อมสำนึก
ในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนผ้าไหมไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย
รวมทั้งยังส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการผ้าไหมและการขยายโอกาสทางการตลาด
และร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวสู่หมู่บ้านกลุ่มไหมไทยต่าง ๆ
ผ้าไหมเครื่องนุ่งห่มที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ไหมทุกเส้นถูกถักทอ
เป็นลายผ้าอย่างวิจิตรสวยงาม อันแสดงถึงความเป็นไทยและศิลปะวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า
สืบต่อมายาวนานจากอดีตถึงปัจจุบัน ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่
ของเกษตรกร ทรงเป็นองค์อุปถัมภกที่สำคัญยิ่ง แก่วงการไหมไทยในการเสด็จพระราชดำเนิน
ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจในที่ต่าง ๆ จะฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมไทยทำให้ต่งชาติหันมา
สนใจผ้าไหมไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังทรงศึกษาและพัฒนาหม่อนไหมไทยกระจายสู่ประชาชน
ในประเทศและภูมิภาคต่ำง ๆ ทั่วโลก และพระราชทานคุณประโยชน์ด้านหม่อนไหมต่อเกษตรกร
ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสืบมาจนปัจจุบัน ผ้าไหมได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของไทยที่โดดเด่น
และสะท้อนถึงวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นที่สั่งสมและถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น เต็มเปี่ยม
ไปด้วยจิตวิญญาณและความคิดสร้างสรรค์จนกลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่าและความงดงาม
จนยากที่จะลอกเลียนแบบ และด้วยความที่ไหมไทยมีความสวยงามมีเอกลักษณ์และคุณภาพ
ทำให้ไหมไทยมีคุณค่าที่โดดเด่น จึงได้รับฉายาว่เป็น ราชินีแห่งเส้นใย